ภาคผนวก#
ภาคผนวกของตำรานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมของผู้เรียน ประกอบด้วยตารางสรุปกฎหมายการศึกษาสำคัญของไทย สาระสำคัญของมาตราหลักในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และอภิธานศัพท์กฎหมายการศึกษาไทย-อังกฤษ
ภาคผนวก ก: ตารางรายชื่อกฎหมายการศึกษาสำคัญของไทย#
ตารางต่อไปนี้รวบรวมกฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาของประเทศไทย ซึ่งได้กล่าวถึงตลอดทั้ง 14 บทของตำรานี้ พร้อมลิงก์เข้าถึงต้นฉบับหรือฉบับที่เผยแพร่โดยหน่วยงานราชการ
| ชื่อกฎหมาย | ปี พ.ศ. (ค.ศ.) | สาระสำคัญโดยย่อ | ลิงก์เข้าถึง |
|---|---|---|---|
| รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 54 | 2560 (2017) | กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปีตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย และวางกรอบการปฏิรูปการศึกษาผ่านมาตรา 258 จ. | Constitution of the Kingdom of Thailand B.E. 2560 (2017) และ สรุปมาตรา 54 โดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา |
| พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2545, ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2553, ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2562) | 2542 (1999) และแก้ไขปี 2545, 2553, 2562 | กฎหมายแม่บทด้านการศึกษาของไทย กำหนดนิยาม หลักการ สิทธิและหน้าที่ทางการศึกษา ระบบการศึกษา การบริหารและการจัดการ มาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา รวมถึงครูและบุคลากรทางการศึกษา ทรัพยากรและการลงทุน และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา | พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (ต้นฉบับ สพฐ.) , ฉบับรวมแก้ไข (เขตพื้นที่การศึกษาเชียงราย 3) , ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2562 (สภานโยบาย อววน.) |
| พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 | 2545 (2002) | กำหนดให้ผู้ปกครองมีหน้าที่ส่งเด็กที่มีอายุถึงเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับเข้าเรียนในสถานศึกษา และกำหนดบทลงโทษกรณีไม่ปฏิบัติตาม เชื่อมโยงกับสิทธิการศึกษาภาคบังคับ 9 ปีตามมาตรา 17 ของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ | พ.ร.บ.การศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 (สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ) , ระบบฐานข้อมูล พ.ร.บ. สภาผู้แทนราษฎร |
| พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 | 2547 (2004) | วางระบบบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา การบรรจุ แต่งตั้ง วิทยฐานะ วินัย และการอุทธรณ์ ผ่านคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) | พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ พ.ศ. 2547 (สำนักงาน ก.ค.ศ.) , ฉบับสแกนต้นฉบับ (เขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา 3) |
| พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 | 2546 (2003) | จัดตั้งคุรุสภาเป็นสภาวิชาชีพครู ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานวิชาชีพ ออกและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ควบคุมความประพฤติและจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา | พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 (moe.go.th) , ฉบับสแกนราชกิจจานุเบกษา (เขตพื้นที่การศึกษาเชียงราย 3) |
| พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 | 2550 (2007) | วางกรอบการจัดตั้ง กำกับดูแล และการบริหารโรงเรียนเอกชนทั้งในระบบและนอกระบบ รวมถึงสิทธิประโยชน์และการอุดหนุนจากรัฐ | พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 (สช./opec.go.th) , ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมที่ 2 พ.ศ. 2554 (สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ) |
| พระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2551 | 2551 (2008) | วางกรอบการจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ กำหนดสถานศึกษาอาชีวศึกษา ระบบทวิภาคี และความร่วมมือกับภาคเอกชนในการผลิตกำลังคน | พ.ร.บ.การอาชีวศึกษา พ.ศ. 2551 (moe.go.th) , ฉบับสแกนต้นฉบับ |
| พระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. 2562 | 2562 (2019) | กำหนดกรอบการจัดการอุดมศึกษา มาตรฐานอุดมศึกษา ระบบคุณวุฒิ และความเป็นอิสระในการบริหารของสถาบันอุดมศึกษา ควบคู่กับการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม | พ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ. 2562 (สป.อว.) , ฐานข้อมูลกฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มธ. |
| พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 | 2562 (2019) | จัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และวางโครงสร้างการบริหารราชการที่เกี่ยวข้องกับอุดมศึกษาและการวิจัย | พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวง อว. พ.ศ. 2562 (สป.อว.) , ฉบับสแกน (มจธ.) |
| พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 | 2566 (2023) | ยกระดับสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เป็นกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในสามรูปแบบ ได้แก่ การเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ | พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 (สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ) , ข่าวประกาศ moe.go.th , หอสมุดรัฐสภา |
ภาคผนวก ข: สาระสำคัญของมาตราหลักในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542#
ภาคผนวกนี้สรุปสาระสำคัญของมาตราหลักในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ตามที่อ้างอิงในบทต่าง ๆ ของตำรา โดยอ้างอิงจากต้นฉบับ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติมที่เผยแพร่โดย สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
มาตรา 4 — บทนิยาม#
มาตรา 4 กำหนดนิยามศัพท์สำคัญที่ใช้ตลอดทั้งพระราชบัญญัติ ได้แก่ “การศึกษา” หมายถึงกระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคมโดยการถ่ายทอดความรู้ การฝึก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัดสภาพแวดล้อม สังคม การเรียนรู้และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต นอกจากนี้ยังนิยาม “การศึกษาขั้นพื้นฐาน” “การศึกษาตลอดชีวิต” “สถานศึกษา” “มาตรฐานการศึกษา” “การประกันคุณภาพภายใน” และ “การประกันคุณภาพภายนอก” ซึ่งเป็นฐานคำศัพท์ที่ใช้ตีความกฎหมายลูกและระเบียบที่ตราขึ้นภายหลัง
มาตรา 6-9 — หลักการจัดการศึกษา#
มาตรา 6 กำหนดความมุ่งหมายของการจัดการศึกษาว่าต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข มาตรา 7 กำหนดสาระสำคัญของกระบวนการเรียนรู้ที่ต้องปลูกฝังจิตสำนึกที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการปกครอง ความเป็นไทย และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มาตรา 8 วางหลักการจัดการศึกษาสามประการคือ เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา และการพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง มาตรา 9 กำหนดหลักการจัดระบบ โครงสร้าง และกระบวนการจัดการศึกษา 6 ประการ ได้แก่ เอกภาพด้านนโยบายและความหลากหลายในการปฏิบัติ การกระจายอำนาจไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษาและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การกำหนดมาตรฐานการศึกษาและจัดระบบประกันคุณภาพ หลักการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพครู การระดมทรัพยากรจากแหล่งต่าง ๆ และการมีส่วนร่วมของบุคคล ครอบครัว ชุมชน และองค์กรต่าง ๆ ในสังคม
มาตรา 10-14 — สิทธิและหน้าที่ทางการศึกษา#
มาตรา 10 รับรองสิทธิและความเสมอภาคในการเข้ารับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย รวมถึงกำหนดให้จัดการศึกษาสำหรับบุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา และผู้ด้อยโอกาสอย่างเหมาะสม มาตรา 11 กำหนดหน้าที่ของบุคคลในการจัดการศึกษาแก่บุตรหรือบุคคลในความดูแลตามที่กฎหมายกำหนด มาตรา 12 เปิดให้บุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่นมีสิทธิจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรา 13 กำหนดสิทธิของบุคคลผู้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ เช่น การสนับสนุนความรู้และเงินทุน มาตรา 14 กำหนดสิทธิของบุคคล ครอบครัว หรือองค์กรที่ให้การสนับสนุนหรือบริจาคทรัพย์สินเพื่อการศึกษาที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามที่กฎหมายกำหนด
มาตรา 15-21 — ระบบการศึกษา#
มาตรา 15 แบ่งการจัดการศึกษาเป็น 3 รูปแบบ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย โดยให้สถานศึกษาจัดได้ทั้งสามรูปแบบและให้มีการเทียบโอนผลการเรียนระหว่างรูปแบบได้ มาตรา 16-17 กำหนดโครงสร้างระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา) และการศึกษาภาคบังคับเก้าปี มาตรา 18 กำหนดรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แก่ ในสถานศึกษา หรือศูนย์การเรียน มาตรา 19-21 วางกรอบการจัดการอุดมศึกษาแบ่งเป็นระดับต่ำกว่าปริญญาและระดับปริญญา และเปิดทางให้กระทรวงอื่นหรือหน่วยงานของรัฐจัดการศึกษาระดับอาชีวศึกษาหรือวิชาชีพเฉพาะทางได้ตามความเหมาะสม
มาตรา 31-46 — การบริหารและการจัดการศึกษา#
มาตรา 31-33 กำหนดอำนาจหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการในการส่งเสริม กำกับดูแล และกำหนดนโยบาย แผน และมาตรฐานการศึกษา รวมถึงการจัดตั้งสภาการศึกษา คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา และคณะกรรมการการอุดมศึกษา เพื่อทำหน้าที่เสนอนโยบาย แผน และมาตรฐานในแต่ละระดับ มาตรา 34-38 วางโครงสร้างการบริหารและการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยให้ยึดเขตพื้นที่การศึกษาเป็นฐาน มีคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทำหน้าที่กำกับดูแลสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและสถานศึกษาที่จัดการศึกษาเฉพาะทางในเขตพื้นที่ มาตรา 39-40 กำหนดให้กระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไปไปยังคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาโดยตรง พร้อมให้มีคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานทำหน้าที่กำกับและส่งเสริมสนับสนุนกิจการของสถานศึกษา มาตรา 41-46 กำหนดบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการศึกษา การจัดการศึกษาของเอกชน และการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ผ่านองค์กรกลางบริหารงานบุคคล
มาตรา 47-51 — ระบบประกันคุณภาพการศึกษา#
มาตรา 47 กำหนดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ ประกอบด้วยระบบการประกันคุณภาพภายในและระบบการประกันคุณภาพภายนอก มาตรา 48 กำหนดให้หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษาจัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา และให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัด มาตรา 49 กำหนดให้มีสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) มีฐานะเป็นองค์การมหาชน ทำหน้าที่พัฒนาเกณฑ์และวิธีการประเมินคุณภาพภายนอก และทำการประเมินผลการจัดการศึกษาเพื่อให้มีการตรวจสอบคุณภาพของสถานศึกษา โดยคำนึงถึงความมุ่งหมายและหลักการของกฎหมาย มาตรา 50 กำหนดให้สถานศึกษาให้ความร่วมมือในการจัดเตรียมเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกับสถานศึกษาตลอดจนให้บุคคลในสถานศึกษาให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่ สมศ. มาตรา 51 กำหนดกรณีที่ผลการประเมินภายนอกไม่ได้มาตรฐานให้สมศ.จัดทำข้อเสนอแนะการปรับปรุงแก้ไขต่อหน่วยงานต้นสังกัด และให้สถานศึกษาปรับปรุงภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการให้ สมศ. รายงานต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือคณะกรรมการการอาชีวศึกษา หรือคณะกรรมการการอุดมศึกษาเพื่อดำเนินการต่อไป
หมายเหตุ: เนื้อหาในภาคผนวก ก และ ข อ้างอิงโดยตรงจากตัวบทกฎหมายที่ระบุ URL ไว้ในบรรณานุกรม ผู้ศึกษาที่ต้องการอ้างอิงมาตราฉบับสมบูรณ์ควรตรวจสอบกับราชกิจจานุเบกษาหรือฉบับที่เผยแพร่โดยหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง เนื่องจากกฎหมายบางฉบับมีการแก้ไขเพิ่มเติมภายหลัง
ภาคผนวก ค (อภิธานศัพท์) ของต้นฉบับ จัดแสดงเป็นหน้าแยกที่ [อภิธานศัพท์](/docs/back/glossary/)